การดูแลรักษาสุขภาพ ของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ คนชราหรือคนแก่

ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 หมายถึงบุคคลที่มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย ปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆทั่วโลกมีตัวเลขผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษไม่แพ้วัยทารกและ วัยเด็ก เพราะเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ร่างกายมีการเสื่อมสภาพไปตามวัย รวมทั้งมักจะมีโรคต่างๆเข้ามาแทรกซ้อนอยู่เสมอ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม เป็นต้น

ส่วนสภาพจิตใจของผู้สูงอายุนั้น มักจะมีอาการของโรคซึมเศร้า ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการที่มีการเปลี่ยนแปลงทางหน้าที่การงานและสังคม จากที่เคยทำงานได้เป็นอย่างดี มีผู้คนเคารพนับถือและมีสังคม  เพื่อนฝูงพี่น้องเยอะ เมื่อถึงวัยเกษียณสังคมเหล่านั้นก็ห่างหายไป ดังนั้นบทความนี้จะมาแนะนำการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุทุกคนจำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อที่ท่านจะได้เป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่สมบูรณ์แข็งแรง

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : goo.gl/aZ3zhv

ในปัจจุบันของผู้สูงอายุ

ทุกวันนี้ การมีลูกหลานคอยดูแลเอาใจใส่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งผู้สูงอายุก็ควรรู้จักดูแลตัวเองด้วย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับลูกหลานของท่าน การดูแลตนเองอย่างง่ายๆสำหรับผู้สูงอายุนั้น เริ่มต้นจากการรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อเย็น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน และไขมัน หากผู้สูงอายุต้องการจะรับประทานเนื้อสัตว์ ให้เน้นประเภทเนื้อปลาและเนื้อไก่จะดีกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว เพราะเนื้อปลาและเนื้อไก่เป็นเนื้อที่ให้โปรตีนสูงและมีไขมันน้อย

รับประทานอาหารประเภทอ่อนและอาหารที่ไม่มี รสจัด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ต้ม ต้มจืด เป็นต้น การรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่างหรืออบ จะดีกว่าอาหารที่ปรุงด้วยการทอดหรือผัด หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ย่อยยาก เช่น ถั่วต่างๆ ช็อกโกแลต มันฝรั่งบด เน้นผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ขนมหวาน ของเชื่อมต่างๆ ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว ที่สำคัญงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้สุขภาพของท่านดูแย่ลง และไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : goo.gl/Dykbu9

การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุควรปฏิบัติ เพราะจะช่วยให้ปอดและหลอดเลือดแข็งแรงและทำให้เลือดลมสูบฉีดได้ดี ผู้สูงอายุไม่ควรหักโหมในการออกกำลังกายให้มากนัก แต่ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ได้ทุกวัน หากท่านไม่สามารถออกกำลังกายได้ทุกวันอย่างน้อยก็ควรออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 3 – 4 วัน การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุคือ การเล่นโยคะแบบง่ายๆ การรำมวยจีน  การปั่น

จักรยาน การว่ายน้ำ การเดินก็เป็นการออกกำลังที่ทำได้ง่าย และไม่สิ้นเปลืองเงินทอง โดยเวลา   ออกกำลังกายที่เหมาะสมคือวันละ 20 – 30 นาที นอกจากนี้ การออกไปรดน้ำต้นไม้ในตอนเช้าหรือตอนเย็น การทำสวนและการทำความสะอาดบ้านเล็กๆน้อยๆ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน

ผู้สูงอายุควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน อาจมีการนั่งสมาธิก่อนนอน เพื่อให้จิตใจผ่อนคลาย นอนในท่าที่สบายทำจิตใจให้สงบ และไม่ควรพึ่งยานอนหลับ เพราะยาจะไปออกฤทธิ์กดประสาท ทำให้เมื่อถึงเวลาตื่นนอนในตอนเช้าท่านจะไม่สดชื่น

สำหรับด้านจิตใจ อันดับแรก ผู้สูงอายุควรรับกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของตัวเองให้ได้ เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากผิวหนังเต่งตึงกลายเป็นผิวหนังเหี่ยวย่น จากสายตาที่เคยมองเห็นได้ชัดเจน กลับกลายเป็นพร่ามัว มองอะไรก็ไม่ค่อยชัดเหมือนแต่ก่อน เคยลุกนั่งได้แบบสบายๆ ต้องมาเป็นนั่งหรือยืนนานๆก็ลำบาก ปวดหัวเข่า เป็นต้น เมื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว จากนั้นท่านก็ทำจิตใจให้สงบ สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับตัวเอง

ด้วยการคิดดี ทำดี อาจไปช่วยงานสังคมบ้าง เช่น ไปเป็นจิตอาสาช่วยสอนเด็กๆตามโรงเรียน เข้าชมรมกับประกันผู้สูงอายุด้วยกัน เข้าวัด ฟังธรรม ไปช่วยงานวัดบ้างเป็นครั้งคราว ตระหนักในคุณค่าของตัวเอง ไม่มองว่าตัวเองดู ไร้ค่า ไม่เครียดและวิตกกังวลมากเกินไป สนุกสนานตามประสา มองโลกในแง่บวก หากิจกรรมทำร่วมกันกับครอบครัว เช่น รับประทานอาหารร่วมกัน ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากท่านมีหลานตัวน้อยๆ ท่านก็สามารถเล่นกับหลานหรือทำกิจกรรมร่วมกับหลาน ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้เช่นกัน นอกจากนี้การหางานอดิเรกที่ท่านชอบทำ เช่น อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ เย็บปักถักร้อย ฯลฯ ก็จะทำให้ท่านไม่เหงาได้

นอกจากการปฏิบัติตัวข้างต้นแล้ว ผู้สูงอายุควรจะเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุกๆ 6 เดือนด้วย เพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆและจะได้รับมือกับโรคที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นได้ ทั้งนี้หากผู้สูงอายุดูแลตัวเองทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างดีประจำสม่ำเสมอ ร่างกายและจิตใจของท่านก็จะแข็งแรง ทำให้โรคภัยไข้เจ็บถามหาได้ยากและสามารถอยู่กับลูกหลานของท่านได้อย่างยาวนาน