รอยแผลเป็นจากการรักษาหลุมสิวใช้เวลานานไหม

รอยแผลเป็นจากการรักษาหลุมสิวคุณจะจางเร็วหรือช้าเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับประเภทของแผลเป็นที่คณเป็นอยู่ เราแบ่งรอยแผลเป็นจากสิวประเภทต่างๆออก เคยสังเกตไหมว่าบ้างคนเป็นรอยแผลประมาณ 3-4 วันรอยนั้นก็จะจางหายไป ซึ่งกลับกัน บ้างคนจะคบอาทิตย์แล้วรอยแผลเป็นก็กลับไม่จางลงไปเลย ซึ่งรอบเหล่านี้สามารถเร่งให้มันจางเร็วได้ แต่ระยะเวลาในการเกิดสิวและรอยแผลเป็นของแต่ละคนนั้นเหมือนกัน

  • บ้างคนเป็นแผลเป็นบางส่วนจะจางหายไปเองตามระยะเวลา แต้บางคนนั้นต้องใช้เวลาที่นานเป็นพิเศษกว่ารอยสิวเหล่านั้นจะจางหายไป
  • รอยแผลเป็นจากสิวบางชนิดเป็นเพียงรอยดำที่จะจางหายไปเอง แต่ถ้าเป็นแผลเป็นที่เนื้อเยื่อลึกอาจต้องใช้การรักษาด้วยเลเซอร์ถึงจะจางลงได้
  • การควบคุมสิว เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการรักษารอบสิว เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดรอยสิวขึ้นมาใหม่ในอนาคตนั้นเอง

รอยแผลเป็นจากสิวหรือรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)

Post-inflammatory hyperpigmentation (PIH) เป็นความผิดปกติของเม็ดสีที่พบได้บ่อยซึ่งมักเกิดจากโรคหรือการบาดเจ็บอื่นๆ ที่ส่งผลต่อผิวหนังเช่นสิวหรือกลาก  เป็นการเปลี่ยนสีชั่วคราวเท่านั้น เมื่อมีการสร้างเม็ดสีในปริมาณที่ผิดปกติ มักจะเกิดมาจากการอักเสบจึงทำให้รอยบริเวณเหล่านั้นมีสีที่ผิดปกตินั้นเอง

การรักษา PIH

PIH อาจใช้เวลาถึงสองปีกว่ารอยจะจางลงหากไม่เข้ารับการรักษา ถือว่าเป็นรอยที่ใช้เวลานานมากกว่าจะ อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นสีที่จางกว่ารอยสิว เนื่องจากเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใต้ไม่ได้รับความเสียหาย ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า PIH ของคุณจะจางหายปเองได้ในระยะเวลาที่ไม่นาน

เพื่อเพิ่มโอกาสให้รอยนั้นจางเร็วขึ้น ควรทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงการปะทะกับแสงแดดโดยตรง คุณยังสามารถรักษา PIH ได้ด้วยการขัดผิวเป็นประจำ (2 ครั้งต่อสัปดาห์สูงสุด) เลือกใช้สคลับขัดผิวแบบอ่อนโยน วิธีนี้สามารถยับยั้งการสร้างเมลานินได้ เนื่องจากมีการหมุนเวียนของเซลล์

ประเภทของรอยแผลเป็นจากสิวและการรักษา

รอบแผลเป็นจากสิวนั้นต่างจากรอยดำหลังการอักเสบอย่างสิ้นเชิง นอกจะมีการเปลี่ยนสีของผิวบริเวณนั้นแล้ว รอบแผลมักมาจากการนูนขึ้นของสิว ทำให้พื้นผิวภายในนั้นได้รับผลกระทบไปด้วย กว่ารอยเหล่านี้จะจางหายไปเองก็ใช้ระยะเวลาที่นานอย่างมาก อย่างไรก็ตามถ้าเรารู้ว่าเราเป็นรอยแผลเป็นจากสิวประเภทไหน ก็จะช่วยให้เลือกการรักษาที่เหมาะสมได้ดีขึ้น

แผลเป็น Atrophic

แผลเป็น Atrophic เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อผิวหนังส่งผลให้เกิดภาวะในผิวหนัง ประเภทของแผลเป็นในประเภทนี้ ได้แก่ แผลเป็น boxcar scars (แผลเป็นตื้นแต่มีขอบ) แผล rolling scars (แผลเป็นตื้นแต่มีขอบเรียบเนียน) และแผลเป็นice pick scars (แคบและลึกมาก)

การรักษา

การรักษาแผลเป็นจากแผลเป็นที่ดีที่สุด ต้องยกให้ ฟิลเลอร์ เนื่องจากสามารถช่วยรักษารอยแผลเป็น ice pick scars อาการรอยแผลจากสิวที่หนักที่สุดได้ จะช่วยให้รอยดูตื้นขึ้น ทำให้ผิวหน้าดูเรียบ ส่วนการรักษาแบบ subcision มักจะถูกใช่กับรอยแผลอย่าง boxcar scars แต่จากผลการศึกษาในปี 2010 ที่ตีพิมพ์ในJournal of Cutaneous and Aesthetic Surgery พบว่าการทำ subcision มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษารอยแผลเป็นระยะยาว

แผลเป็น Hypertrophic

แผลเป็นจากความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณผลิตคอลลาเจนมากเกินไปส่งผลให้แผลเป็นนูนขึ้น อาจเป็นสีชมพูได้เมื่อแผลเป็นสดและจางลงเพื่อให้เข้ากับสีผิวของคุณในที่สุด หากเพิ่งเกิดแผลเป็นคอร์ติโซน สามารถช่วยชะลอการผลิตคอลลาเจนเพื่อลดการเกิดแผลเป็นที่นูนขึ้นได้ หากอยากให้รอยจางมากกว่าเดิม คุณสามารถใช้การผลัดผิวด้วยเลเซอร์เออร์เบียม เพื่อปรับรูปร่างใหม่และลดขนาดของแผลเป็นได้เช่นเดียวกัน

คีลอยด์

Keloids เป็นแผลเป็นอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายพยายามซ่อมแซมตัวเองหลังจากการอักเสบที่เกิดจากหลุมสิว คีลอยด์มีขนาดใหญ่กว่าแผลเป็นที่เกิดจากสิวเยอะมาก มักมีสีเข้มกว่าสีผิวตามธรรมชาติของคุณจนสังเกตเห็นได้ชัด นอกจากรอบแผลเป็นจะไม่เหมือนกับสิวอันอื่นแล้ว ยังรักษายากมากอีกด้วย ทางเลือกหนึ่งในการรักษา ที่คุณสามารถลองได้คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์นั้นเอง

ถ้าจะให้ตอบตามความจริง รอยแผลเป็นจากสิวนั้นจะจางหายไปได้ก็ขึ้นอยู่กับส่วนบุคคล จะเร็วหรือช้าก็ไม่สามารถระบุได้ แต่รอยแผลเป็นที่เกิดจากประเภทของสิวก็สามารถระบุแบบคร่าวๆได้ว่าต้องใช้เวลนานแค่ไหนกว่าจะหายหรือจางลง บ้างคนอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่ได้บอกไป แต่ก็พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าสามารถรักษาให้หายได้แน่ ถ้าไม่ปล่อยไว้นานเกินไป