(รีวิว) DIY My Wedding 5สิ่งจัดงานแต่งเองในสวน ที่ทำเองเกือบทุกอย่าง.

จัดงานแต่งเอง

จัดงานแต่งเอง

หลังจากจัดงานแต่งงานไปเมื่อปีที่แล้ว (28 ธ.ค. 2559) ซึ่งเป็นงานที่ทำเองเกือบทุกอย่างครั้งแต่อาหาร – ร้านลูกโป่ง ช่วงนั้นก็มีกระทู้รีวิวการจัดงานแต่งด้วยตัวเองใน pantip นี่ล่ะค่ะ ที่คอยเป็นแนวทาง จะบอกว่าตอนนั้นอ่านครบทุกกระทู้เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเลยทีเดียว มาวันนี้ก็เลยอยากจะตอบแทน ด้วยการแชร์เรื่องราวของการจัดงานแต่งงานเอง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์(หรือเปล่า?)แก่ว่าที่บ่าวสาว ที่กำลังหาข้อมูลอยู่ เหมือนเราในปีที่แล้วค่ะ

 

ด้วยความที่ทำเองเยอะมาก และแบ่งงานหลายอย่างทำไปพร้อมๆกัน เลยไม่รู้จะเขียนยังไงให้เข้าใจง่ายสุด จะเขียนตามไทม์ไลน์ก็คงจะกระโดดไปมาในแต่ละงาน เลยคิดว่า เราเน้นรีวิวการทำงานในแต่ละประเภทดีกว่า แยกเป็นงานๆไป ให้เห็นตั้งแต่เริ่มทำงานชิ้นนั้น จนผลลัพธ์ที่ได้ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่เรียงตามลำดับเวลานะคะ เผื่อใครอยากดูแค่เรื่องการ์ด ก็จะได้อ่านจบเรื่องการ์ดในโพสเดียวเลย โอเคเนาะ

 

ก่อนพิธีแต่งงาน

จัดงานแต่งเอง

ในปี 2559 นั่น ว่าที่เจ้าสาว (ต่อไปจะย่อว่า วทจส.) ก็อายุย่าง 27 ปีแล้ว พูดกันตรง ๆ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้แต่งงาน เพราะเป็นคนไม่อินกับงานแต่ง ความรักหวานแหวว การเสียเงินเพื่อทำให้ตัวเองดูดีชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งว่าที่เจ้าบ่าว (ต่อไปจะย่อว่า วทจบ.) ก็เช่นกัน

คบกันชิว ๆ ก็ชิวดีอยู่ละ วันนึงผู้ใหญ่ก็บอกว่า “แต่งไป๊” บวกกับเหตุผลว่า แต่งแล้วจะมีผลดีกับชีวิตที่ไกลบ้านและหน้าที่การงานโง้นงี้นะ มีคนดูแลพ่อแม่ก็วางใจ แก่แล้วมีลูกยาก บลาๆๆๆ

ก็มาคิด ๆ ดู เออว่ะ จริง ๆ ก็อยากทำธุรกิจบางอย่างร่วมกันอยู่ ถ้าแต่งซะอะไร ๆ มันก็คงง่ายขึ้น ก็เออ อ้ะ แต่งก็แต่งวะ จะอะไรกันเชียว

เริ่มแรกนี่คิดแค่จดทะเบียนแล้วอยู่เลย
ผู้ใหญ่ : ไม่ด๊ายยยยยยยยยย ไม่มีพ่อมีแม่กันรึไงล่ะ จะได้มาทำอะไรอย่างงี้ นึกถึงหน้าผู้ใหญ่บ้าง เค้าจะพูดกันยังไง บลาๆๆๆ

อ่ะ ๆ งั้น จัดเฉพาะในครอบครัวก็ด้ะ กินข้าวกัน
ผู้ใหญ่ : ไม่ด๊ายยยยยยยยยยย พ่อแม่มีหน้ามีตาในสังคม ลูกก็จะต้องมีหน้ามีตาในที่ทำงาน สมัยงานคนอื่น เค้าก็ให้เกียรติเชิญพ่อแม่ ถ้าเราจัดงานไม่บอกเค้าล่ะ เป็นการไม่ให้เกียรติอย่างแรงเลย ถึงเค้าไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับพวกแก แต่เค้ามีบุญคุณกับพ่อแม่จนมีแกในวันนี้นะ

โอ้โห่วววว เจอเหตุผลนี้เข้าไป ก็แพ้พ่ายสิคะ!!!!!

หลังจากทะเลาะกันอยู่นาน ก็เลยบอกว่า แต่งก็ได้  แต่… “ถ้าไม่เอาแบบที่หนูต้องการ ก็ไม่ต้องจัดโว้ยยยย”

ก็สรุปได้ว่า โอเค งั้นจัดงานเรียบ ๆ ง่าย ๆ เอาแค่พิธีเช้าที่บ้านเราพอนะ เลี้ยงพระ ใส่บาตร แต่งเช้าเลี้ยงเที่ยง เชิญแขกไม่ต้องเยอะ เน้นคนสนิท ๆ และงานเช้าที่ว่าเนี่ย

หนู จะ ไม่ ใส่ ชุด ไทย

เนื่องจาก
1. เสียตังค์เยอะ ชุดไทยสวย ๆ นี่ไม่ใช่ถูก ๆ นะแก โดยเฉพาะไซส์ ว่าที่เจ้าสาว (วทจส.) แบบชั้น ที่ไม่มีชุดเช่าให้ใส่แน่นอน ก็ต้องตัด หรือนุ่งสดเท่านั้น
2. ไม่ชอบความลำบากเวลาเดิน นั่ง ต้องหลังตรงไม่ให้สไบหลุดจากเอวอีก
3. หลุดคอนเซปต์ minimal ไปไกลละเห้ยยย

ก็เลยตกลงกันว่า อย่างนี้นะแม่ เห็นงานชมพู่มั้ยยยย (สำหรับผู้ใหญ่ต้องมีตัวอย่าง ยกมาให้เห็นภาพ จะได้คุยง่าย) เนี๊ยยยย ใส่เดรสเนี้ย ตั้งแต่รับขันหมาก พิธีหมั้น ยันรดน้ำสังข์เลยนะ ส๊วยยยย สวย เดรสสั้นมันก็หรูได้นะ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไทยแล้ว อีกอย่าง ยกน้ำชา โยนดอกไม้ก็ได้ด้วย

 

ดาราแต่งงาน

ละนี่ดูๆๆๆ งานแต่งเกล-แมน อันนี้ไอดอลมากกกก
จัดงานที่บ้าน เช้าเลี้ยงเที่ยง ตอนเช้าไม่ได้เลี้ยงพระในบ้านด้วยนะ นิมนต์พระมารับบาตรหน้าบ้านเฉย ๆ แล้วชุดก็เดรสสั้นเก๋ ๆ พอช่วงพิธีตัดเค้ก โยนดอกไม้ ก็เอากระโปรงยาวพอง ๆ มาใส่ทับชุดเดิม เก๋ไปอี๊กกกกกก (อ้าวกระโปรงเริ่มงอกละ 555) 

 

ดาราแต่งงาน

 

จริง ๆ อยากแบบนี้เลย ไม่ต้องสวมแหวน โชว์สินสอด รดน้ำสังข์อะไรนั่น แต่มันไม่ได้ไง!!!!!!

เพราะ ผู้ใหญ่รีเควส
1. ฝั่งเจ้าสาว พิธีไทย ต้องครบ!!!!!
2. ฝั่งเจ้าบ่าว พิธีจีน ต้องมา!!!!!
ยังไงก็ต้องยกน้ำชาโว้ยยยย บ้านเจ้าบ่าวนี้จีนแท้ ๆ เลย ไม่ยกไม่ได้

เอาล่ะ งานแต่งนานาชาติไปอี๊ก…

ในเมื่อพิธีไทยต้องครบ พิธีจีนต้องได้ วทจบ. วทจส. ผู้ซึ่งไม่เคยแยแสการแต่งงานเลย จึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง และพบว่า
… มัน เยอะ มากกกกกกก !!! … 

คือคุณไม่สามารถ minimal ได้แน่ ๆ หากต้องการพิธีครบอย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการ และแน่นอนการต่อรองล้มเหลว เราจึงเตรียมงานแต่งนานาชาติในครั้งนี้ โดยจัดลำดับงานให้เหมาะสม ในเวลาจำกัดคือแค่ 4 ชม. ตอนเช้าเท่านั้น

 

พานงานแต่ง

 

พิธีแต่งงานไทย-เทศ

หลังจากผ่านการรีวิวงานแต่งคนอื่น ที่ไม่ค่อยมีพิธีไทยปนจีน ปนฝรั่ง ในวันเดียวกันมาจนสายตาสั้นเอียงอีกรอบ (โถ่ว เสียดายค่าเลสิคจัง) ก็ได้ลำดับงานพิธีดังนี้

1. ใส่บาตร พิธีสงฆ์

บางคนก็ซีเรียสว่า จบ. จส. ไม่ควรเจอกันก่อนนะ ต้องเจอตอนขันหมากผ่านประตูเงินประตูทองแล้ว แกไปขันหมากก่อนสิ แล้วค่อยเลี้ยงพระ แต่เราไม่เอาค่ะ คิดดู ถ้าจะเลี้ยงพระเช้า ไม่ต้องแห่ขันหมากกันตั้งแต่ตีห้าเลยหรอ ละอีขันหมากนี่ คุมเวลาไม่ง่ายนา ปล่อยสบาย ๆ ไม่ต้องเครียดว่าพระจะรอดีกว่า ส่วนเลี้ยงเพลก็ไม่น่าเวิร์ค เอาแบบนี้แหละ ลำดับงานเป็นที่นิยม
ปล. ต้องมีอาหารการกินไว้เผื่อแขกที่มาเช้าด้วยนะ

2. ขันหมาก แห่สินสอดทองหมั้น

ทีแรกแม่จะเอากลองยาว บอกแห่เงียบ ๆ จะไปสนุกอะไร (minimal ไหมล่ะแก) แต่ก่อนงานผ่านช่วงไว้อาลัย ช่วงนั้นสลดกันมาก เลยยกเลิกกลองยาวไป แต่สุดท้าย มันก็กลับมาอีก เอ๊ออออ งง

3. พิธีหมั้น

ที่เค้ามานั่ง ๆ รวมกันหน้าโซฟา นับสินสอด ละก็สวมแหวนกันนั่นแหละ

4. รดน้ำสังข์

ทีแรกมีความขัดแย้งหนักมากเรื่องว่าจะรดน้ำสังข์ก่อน หรือยกน้ำชาก่อน เพราะนี่ก็คิดว่า ไหน ๆ ก็นั่งกันหน้าโซฟาละ ก็ยกน้ำชาต่อเล้ยยยย ละค่อยลุกมารดน้ำสังข์กัน แต่ทางฝ่าย จบ. เห็นว่า ยกน้ำชาเนี่ยควรก่อนกินข้าว เป็นพิธีชิว ๆ ปิดท้ายไป และรดน้ำสังข์ ถ้าเอาไปต่อหมั้น มันน่าจะจบพิธีไทยได้ดี จบเป็นเรื่อง ๆ ไปเลย ก็ เออ ๆ ก็ได้จย้า

5. ยกน้ำชา กินข้าวกลางวัน

ในช่วงนี้คาดว่าแขกก็คงจะเริ่มหิวจนรับประทานหญ้าในสนามได้แล้ว ระหว่างยกก็เลี้ยงข้าวไปด้วยเลย เอาบุฟเฟต์นะ เพราะหนูไม่เอาโต๊ะจีน หนูไม่เอาๆ โต๊ะจีน //ดีดดิ้นฟาดแขนฟาดขาเหมือนเด็กสปอยอายุ 4 ขวบ

เมื่อเรียงลำดับพิธีที่จะเกิดขึ้นในงานได้แล้ว ก็มีความรู้สึกว่า เห้ย มันจะเกิดขึ้นได้จริงหรอวะ 555

 

1.ธีมงาน

พักเรื่องพิธีการ มาทำอะไรที่ชอบดีกว่า ด้วยความที่ตั้งใจว่า แต่งทั้งทีก็ขอเป็นอย่างที่ต้องการ ก็คงไม่มีอะไรถูกใจคนบ้าไปได้มากกว่าการ DIY 

วทจบ. และ วทจส. เป็นเด็กกิจกรรมทั้งคู่ มีความบ้าพอกันที่จะทำทุกอย่างเอง เพราะงานที่คิดไว้ ก็เรียบ ๆ (หรอ?) จ้าง ร้านลูกโป่ง จ้างเค้านี่ก็เหยียบสองแสน แถมถ้าออกมาไม่ถูกใจ ก็เครียดไปทั้งชีวิตอีก

งานแรกที่ทำก็คือคิดตีม …. ตีมไรจัดในสวนที่บ้าน … “ตีมสวน” ละกัน เอ้อ ชื่อตีมแค่นี้แหละ ขี้เกียจคิดนาน
สีก็ ขาว เขียว น้ำตาม ครีม เทา อะไรอย่างงี้เลย Earth tone สบายตาดี

 

ชุดแต่งงาน

 

อันนี้เป็น Dress Guide งานแต่ง ที่ทำไว้ส่งให้แขกค่ะ พร้อมแจ้งแขกว่า 

“โทนงานเป็นสีแนว Natural colors ตามภาพค่ะ สำหรับคนที่ไม่รู้จะใส่ชุดแบบไหน พอมีแนวทางให้ดังนี้นะคะ แต่ไม่ซีเรียสนะ เอาตามที่สะดวกก็ได้ค่ะ (Green to Sage green, Gray, White, Brown to Dusty brown, Cream, Beige)”

 

 

2.โลโก้ และ การ์ดเชิญ

เริ่มแรกก็ออกแบบโลโก้ ส่วนมากก็ดูตัวอย่างจาก Pinterest เว็บนี้ดีจริง แนะนำเลย เพลินสุด มีแต่อะไรสวย ๆ งาม ๆ

 

การ์ดแต่งงาน

วาด ๆ ไปได้หกเจ็ดแบบ ก็รู้สึกว่า ไม่ไหวว่ะ เส้นไม่นิ่งเลย เม้าส์ปากกาก็ไม่มี อันเก่าพังไปนานละ จะซื้อใหม่ก็เกินไป ยืมแฟนเก่าก็ไม่ได้อีก 555 ก็เลยไปจบที่ ใช้ Photoshop ดีกว่า

ก็เลยไปโหลดฟ้อนท์ฟรีจ้าาาา พิมพ์ไปในกูเกิ้ลเลย Free font เติมรายละเอียดไปนิด ว่าเป็น Hand writing (ลายมือ) หรือ Calligraphy (ตัวอักษรเขียนสวย ๆ ที่เค้าฮิต ๆ กันน่ำ) โหลดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แค่ไม่เอาไปใช้ทำอะไรขายในเชิงพาณิชย์ก็โอเคแล้ว

เพียบเลยจ้าาาา ง่ายเลยทีนี้ เลือกไปประมาณ 10 กว่าแบบ ละลองมาพิมพ์ดู ว่าอันไหนเข้ากับชื่อเรา

อยากให้มีใบไม้ล้อม ๆ นิดนึง ก็ไปเสิร์ช คำว่า Wreath Leaf ใน Pinterest แล้วก็อปมาลองวางก่อน ว่าประมาณไหนดี ซึ่งก็พบว่า ไม่มีอันไหนที่ถูกใจ อ่ะ เดี๋ยวไปวาดเองก็ได้ นิดหน่อย

ระหว่างนั้นก็ลองพิมพ์หน้าการ์ดเชิญไปด้วยเลย จะได้ดูให้มันเข้ากันได้ทุก ๆ จุด

 

การ์ดแต่งงาน

 

เอ้า ร่างไป แล้วก็ลงสีน้ำ เล็ก ๆ บาง ๆ ล้อมชื่อ
จากนั้นก็แสกน แล้วก็เอาไปใช้ Photoshop ปรับแก้จุดบกพร่องอีกที กับปรับแสงให้เป็นตามที่ต้องการ

 

การ์ดแต่งงาน

 

จริง ๆ ถ้าใครทำตรงนี้ไม่ได้ ใน Pinterest มันมีแบบสำเร็จสวย ๆ เยอะมากเลยนะ เอ่า ยังไม่ไปโหลดแอพมาดูอีก ไปเลยนะ!

การ์ดเนี่ย ก็ทำ พัก ทำ พัก สลับกับอย่างอื่น รวมทั้งหมดก็สามเดือนได้ แต่มาพูดรวม ๆ เลยจะได้จบเป็นเรื่อง ๆ ไป

ในขณะที่ วทจส. ดูมีอะไรทำเยอะมาก ไปทางฝั่งผู้ใช้แรงงาน นั่นก็คือ วทจบ. ของเรานี่เอง

ล้อเล่น โอ๋เอ๋ๆ จริง ๆ นางก็ใช้สมองเยอะอยู่นะ ในการออกแบบตัดแปะซอง คือบอกตรง ๆ งานละเอียด เป๊ะ ตามมาตราส่วนอะไรแบบนี้ วทจส.ทำไม่ได้ แค่กรีดกระดาษให้เป็นเส้นตรงก็ยากละ ก็ยกให้ วทจบ. ซึ่งเป็นคนละเอียด และแรงเยอะไป

 

การ์ดแต่งงาน

 

กระดาษนี้เค้าเรียกว่ากระดาษคราฟท์ เป็นกระดาษสีน้ำตาลราคาไม่แพง เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาฟอกสีมันให้ขาว ได้มาจากอุบลวัสดุ (เป็นร้านแนวๆแมคโคร) ม้วนนึง 36 บาท มี 10 แผ่น ทำซองได้ประมาณ 150 ซอง ก็ซื้อมาสองม้วน

วทจบ. ถ่ายรูปนี้ตอนกล้ามเนื้อไหล่หลังข้างขวาอักเสบไปแล้วจ้าาา จากการนั่งวัด กรีด แปะ ซองจำนวน 300 ซอง 555

และเพื่อความเก๋ไก๋สไลเด้อ (ยุคไหน) เราก็ต้องมี กำหนดการแบบรูปภาพคร่า… วี้ดดดดด สนองความอยากตัวเองชัด ๆ ก็วาดวนไปจ้ะ แสกน แล้วเก็บรายละเอียดด้วย Photoshop อีกที

การ์ดแต่งงาน

พอเสร็จแล้วบั่บ งานเรานี่นานาชาติจริง ๆ

 

การ์ดแต่งงาน

อีกฝั่งของกระดาษที่ปริ้นท์กำหนดการ มันก็ว่างไง ก็เอ้า Map ละกันแกร มีแผนที่นิดนึงเกร๋ ๆ ถึงแม้ว่าตามจริงแล้ว ทุกคนจะมาตามที่แชร์โลเคชั่นไปก็ตาม

 

การ์ดแต่งงาน

แต่น แตน แต๊นนนนน ละนี่ก็คือการ์ดที่พร้อมประกอบร่าง มี 2 แผ่น แผ่นนึงเป็นโลโก้ ด้านหลังเป็นรายละเอียดงานตามแบบการ์ดแต่งงานทั่วไป ว่าใครแต่งกับใคร พ่อแม่ชื่ออะไร งานจัดที่ไหน อะไรแบบนี้ ส่วนอีกแผ่นก็เป็นกำหนดการและแผนที่ที่นั่งวาดนั่นแหละ

 

การ์ดแต่งงาน

อ้อๆๆๆ ลืมบอกไป ว่าใช้อะไรปริ้นท์
คือ ส่วนตัวเนี่ย ตั้งใจจะซื้อเครื่องปริ้นท์แบบ Multifunction อยู่แล้ว คือ สามารถปริ้น ถ่ายเอกสาร แสกน ได้ในตัว แล้วก็อยากได้เครื่องปริ้นท์เลเซอร์ เพราะอ่านมาเค้าว่าเหมาะกับการปริ้นท์รูป เราชอบทำ Scrapbook อยากปริ้นท์รูป ปริ้นภาพวาดสวย ๆ ก็เลยตัดสินใจซื้อเลย
เครื่องปริ้นท์คือ HP Laserjet MFP M176n laser (โอ๊ยยยย ชื่อยาก ไม่เคยจำได้ ต้องเดินไปดูที่เครื่องทุกที) ราคาประมาณ 13,000 นิด ๆ หมึกนี่เหลือเฟือมาก ปริ้นท์การ์ดแต่งงานได้สองงาน
กระดาษเป็นกระดาษร้อยปอนด์ (ที่เค้าใช้วาดรูปน่ะ) มันจะมีแบบ size A4 ขายเป็นแพ็ค ๆ ตามร้านเครื่องเขียนหรือร้านวัสดุใหญ่ ๆ ใช้ง่ายดี

 

การ์ดสำเร็จเสร็จสรรพ จัดวางบนสนามหญ้า

การ์ดแต่งงาน

ในส่วนของการ์ดเนี่ย ทำมา 300 ใบ ตกลงกับผู้ใหญ่ได้ว่าจะเชิญแขก 200 คน (งานไม่ค่อยเล็กละนะ) โดยแบ่งความรับผิดชอบคือ

100 ใบสำหรับแม่ จส. เชิญญาติ จส. และเพื่อนพ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ — งานนี้แม่ถึงกับไมเกรนขึ้น มันยากมากนะ นึกแล้วก็ยังสงสารแม่อยู่ (สุดท้าย แม่แทบไม่ได้แจกใครเลย เพราะเครียดมาก ไม่รู้จะเชิญใครบ้าง เชิญคนนู้นก็ต้องเชิญคนนี้ โดนทวงการ์ดจนแทบจะหนีโรงเรียน แถมโดนคนที่ไม่ได้ถูกเชิญว่าด้วย ว่าแม่ไม่เห็นความสำคัญของเค้า ก็เลยไม่เชิญ ฮื้อออออ)

100 ใบสำหรับ วทจบ.และ วทจส. เอาไปเชิญ ญาติ จบ. และเพื่อน ๆ ของทั้งคู่

ทีแรกก็เหมือนจะชิว นั่งลิสต์รายชื่อแขกออกมา ยังไงก็ไม่เกิน พอถึงเวลาแจกจริง เริ่มเครียด เห้ย(บ่าวสาวคุยกัน) บอกทางไลน์กลุ่มแล้ว พอป่าววะ — ซึ่ง ไม่พอค่ะ!!! มีหลายคนมากที่ไม่กล้ามาหากเราไม่ได้ไปเชิญด้วยตัวเอง ณ จุดนี้ก็ขออภัยมาอย่างสูง ฮือออออ หนูแต่งครั้งแรก หนูทำอะไรไม่ถูก หนูขอโทษษษษษ

ถ่ายกับกองหินกองทรายไปเรื่อย ลองๆ

การ์ดแต่งงาน

 

3.ขันหมาก

มีพิธีไทย ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีพานขันหมาก

คุณคะ!!!! ถ้าไม่แต่งงานก็คงไม่รู้มาก่อน ว่าขันหมากสวย ๆ เนี่ย หมื่นขึ้นทั้งนั้น!!!! ดอกไม้สดนี่ไม่ต่ำกว่าหมื่นแน่ ๆ ไม่ถูกเหมือนลูกโป่งจาก ร้านลูกโป่ง นะคะส่วนแบบขันหมากผ้า หรือพลาสติก สวย ๆ ก็หกเจ็ดพันขึ้น ถ้าเหมาทั้งขบวนให้เค้าเตรียมของให้ด้วยก็หมื่นขึ้นเหมือนกัน และตามร้านเช่าชุดแต่งงาน พวกพานสำเร็จแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีสวย ๆ ส่วนมากจะเก่า มีรอยเลอะ ฝุ่นเขรอะ ตามสภาพ (แต่ก็ยังแพงนะ)

พานงานแต่ง

งานดอกไม้สดก็คงไม่ไหว ฉันไม่ใช่แม่ศรีเรือน มานั่งเย็บปักอะไรแบบนี้ แต่เดี๋ยวก่อน! เรามีเพื่อนคนนึงซึ่งทำได้ ชื่อ เปรี้ยว คนนี้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม มหาลัย ยันทำงาน สมัยเด็ก ๆ นางเป็นยอดฝีมือของห้องในการลงแข่งขันประกวดทำพานไหว้ครูหรือกระทงต่าง ๆ 

นี่ก็ไปตามหาการทำพานขันหมากผ้ามา แต่ก็ไม่เจอ ไปเจอโดยบังเอิญด้วยการตามพันทิปไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ ๆ ปั้งงง เจอวิธีเย็บแบบแนว ๆ ใบตอง แต่ใช้ริบบิ้น ก็เลยไม่รอช้า รีบเอาทู้นี้ไปให้เปรี้ยวดู เปรี้ยวก็บอก โอ๊ย ด๊ายยยยย สบ๊ายยยยย ไม่น่ายาก เป็นอันตกลง เปรี้ยวจะช่วยทำพานขันหมาก (ตอนนั้นมีเวลาอีก 6 เดือนชิว ๆ)

ในช่วงแรกที่ทำพานกัน จะมีเปรี้ยวกับนัทจัง น้องที่ทำงาน มาช่วย งานแรกง่ายสุด คือทำอีใบ ๆ นี่

พานงานแต่ง

ทายถูกมั้ยอันไหนนัทจังทำ อันไหน วทจส. ทำ 555

เปรี้ยวก็จะลองทำลวดลายอื่นไปเรื่อย ๆ ด้วยตัวเอง อันไหนลงตัวสวยดี ก็จะสอนให้คนอื่นทำต่อ ก็พานมันมีตั้งห้าพานนะเอ้อออ ทำคนเดียวก็ตายกันพอดี

พานงานแต่ง

ก็ไม่ได้ทำกันบ่อยเท่าไร แรก ๆ ก็ เดือนละครึ่งวัน 555

พอเดือนก่อนงาน โรงงานนรกเลยจย้าาาา จากทำที่บ้าน ต้องขนมาทำที่ทำงานด้วย ว่างเมื่อไรก็ทำ แม้กระทั่งน้องผู้ชายยังต้องมาช่วยตัดริบบิ้นให้

 

เออ พูดถึงริบบิ้นแล้วเคืองความโง่ตัวเอง กว่าจะได้มานี่ ไปสำเพ็งจ้าาาา เดินเข้าร้านแรกที่เจอเลย ดูเป็นร้านเก่าแก่ ริบบิ้นเยอะดี เลือกๆๆๆๆ ละก็คิดตังค์ ออกมา ปั้งงงง สี่พัน!!!!!! อหหหห คืนก็ไม่ได้แล้ว อาแปะจ้องหน้า ไปกดตังมาจ่ายทั้งน้ำตา ยังคิดว่า เอาวะ ก็ยังถูกกว่าเช่าหมื่นนึง เดี๋ยวเสร็จงานปล่อยเช่าต่อถูก ๆ เดี๋ยวก็ได้ทุนคืน 

สาหัสกว่านั้นคือ ครึ่งหนึ่งของที่ซื้อมา ใช้ไม่ได้จย้าาาา ริบบิ้นเนื้อสวยเหมือนกลีบบัวสีชมพูกับขาว เย็บไม่เข้า แข็งมาก ละอิอันที่ใช้ไม่ได้เนี่ย แพงสุดๆๆๆๆ สรุป ไปซื้อริบบิ้นม้วนละไม่ถึงร้อยมาใช้เป็นสีชมพูกับสีขาวแทน ซีดไปเลยทีเดียว

ตัวอย่างความงาม หลัง วทจบ. มาประกอบเข้าด้วยกันด้วยปืนกาว วั้ย…สวยจัง ไม่ซ้ำใครด้วย 555

พานงานแต่ง

ดอกไม้กระดาษสา จากจตุจักร ซื้อมาเยอะมาก ใช้ทำอย่างอื่นด้วย
พานสีเงิน เป็นพลาสติกเคลือบสี ซื้อมาจากร้านโยพาณิชย์ สุรินทร์ ขายส่งแทบทุกอย่างในโลก ราคาโคตรถูก พานเล็กซื้อมา 6 อัน 100 พานใหญ่อันละ 100

อันนี้แบบสำเร็จจริง ๆ รอใส่ถุงพลาสติกกันฝุ่น และใส่กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ ขนย้ายจากสุรินทร์ไปอุตรดิตถ์ บ้านเจ้าสาวที่จัดงาน พานนี่กินที่มาก ชิดกันก็ไม่ได้ เดี๋ยวพัง เดี๋ยวงอ ใช้พื้นที่รถไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

 

 

 

4.กล่องรับซอง

ต่อไปจะกล่าวถึงงานไม้สักเล็กน้อย

กล่องรับซอง

ที่เห็นนี้คือ ไม้พาเลท ปกติไอ้ไม้หน้าตาแบบนี้จะใช้รองของพวก ปูน ไม้อัด อิฐ ปุ๋ย อาหารสัตว์ อุปกรณ์ก่อสร้างนู่นนี่นั่น เวลาไปร้านขายส่งก็จะเห็นไอ้ไม้นี่วางอยู่ใต้ของ เป็นต่ำแหน่งรถโฟล์คลิฟท์ (รถยกของ) สอดด้านใต้แล้วยกของขึ้นมา

ถ้าไปถามตามร้านเหล่านี้ คุณจะไม่ได้ไม้พวกนี้มานะคะ เค้าไม่ขายค่ะ เค้าใช้ ต่อให้ผุพังแค่ไหนก็ไม่ขายให้ แต่ว่าช่วงทางออกจาก กทม.-อยุธยา เลยเค้กบ้านสวนไปหน่อย จะมีร้านข้างทาง ขายไม้พาเลทโดยเฉพาะ
ไม้นี้แบบประกอบอยู่เป็นพาเลท แผงละ 20 บาท ส่วนที่เค้าแกะแล้ว ขายเป็นมัด ๆ 10 แผ่น 60 บาท เลือกสีที่เราชอบได้เลย

วทจบ. บอกว่าไม้นี้ก็พอใช้ได้ แต่ถ้านาน ๆ ไป พอมีความชื้นมันจะขึ้นรา

เราเลือกมาเป็นไม้สน สีอ่อน ๆ ชอบสีนี้ เอามาทั้งแบบพาเลท แบบแกะแล้ว เพราะ วทจบ. จะเอาไปทำกรงนกด้วย

 

หลังจากได้มา วทจบ. ก็ต้องมาเลือกแผ่นที่มีลายไม้สวย ๆ ขัดกระดาษทรายให้เรียบ ละเตรียมเอาไปทำงานขั้นต่อไป
ปล. หมาตาสองสี นี้ชื่อ โกโก้ ตามันไม่ได้บอดนะ เป็นลักษณะ Heterochromia ได้มาจากแม่มันซึ่งเป็นไซบีเรียน

กล่องรับซอง

ฝีมืองานไม้ของ วทจบ. นี่ถือว่าเนี้ยบค่ะ มีความละเอียดลออในการเลื่อย ขัด ตัด เข้ามุม ตามสไตล์

จากนั้น วทจส. ก็ปริ้นรูปตัวอักษร โดยพลิกมันกลับด้านเหมือนกระจก และปริ้นลงด้านหลังกระดาษร้อยปอนด์ค่ะ (กระดาษวาดรูป แบบเดียวกะที่ทำการ์ด เหลือเยอะ) แล้วพอเราตัดแล้ว รอยขอบมันจะอยู่ด้านหลัง มองไม่เห็นแม้ว่าเราจะตัดไม่เนี้ยบก็ตาม — งานหยาบมาทางนี้ 555

Edit เพิ่มรูปจ้า กล่องรับซองหน้างาน กับกล้วยไม้ที่ได้ฟรีมา ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

 

กล่องรับซอง

 

 

5.ของชำร่วย

งานตีมสวนใช่มะ วทจบ. ก็แนวเกษตร ทีแรกก็คิดกันว่า เอาเป็นเมล็ดพันธุ์มั้ย (รูปนี้จาก Pinterest) ง่ายดี แพกเกจเล็ก ๆ น่ารัก ถูกด้วย แล้วก็มีคำอธิบายว่าซองนี้ต้นอะไร ปลูกและดูแลยังไง

ของชำร่วย

คิดไปคิดมา หรือจะเอาเป็นต้นไม้ไปเลย แต่มันจะซ้ำคนอื่นเยอะนะ วทจบ. ก็บอก เอางี้ป่าว เดี๋ยวปลูกเป็นผักไว้เลย ผักแบบตัดใบกินได้หลาย ๆ ครั้ง ปลูกเตรียมไว้ แล้วก็พอก่อนงานให้มันเริ่มมีใบ แขกเอากลับไปรดน้ำต่อ ก็ออกมาเป็นใบให้ตัดกินได้ นี่ก็เห็นด้วย ดีงามมม แต่ วทจบ.ต้องทำนะ เพราะ วทจส.ทำไม่ได้แน่นวลลลลล ปลูกผักอะไรให้งามเนี่ย

ระหว่างนั้นก็มีการปรึกษากับพ่อของ วทจบ. พ่อก็เสนอว่า เห้ย ถ้าจะเอาแนว ๆ ต้นไม้ เอากล้วยไม้มั้ยล่ะ เพื่อนพ่อมีนะ แปลกดี ไปงานแต่งที่ไหนก็ยังไม่เคยเห็นใครใช้กล้วยไม้เป็นของชำร่วยเลย อีกอย่าง กล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ของครู ซึ่งพ่อแม่ของทั้งคู่ก็เป็นครู ความหมายลึกซึ้งดี พอพ่อเสนออย่างนี้ นี่ก็ เออ… ดีจริงๆ เริ่ดค่ะ ตกลง โอเค!

 

เพื่อนของพ่ออยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร บ้านแพ้วมีชื่อเสียงด้านการเกษตร เพื่อนมักจะมีผลไม้อร่อย ๆ และพันธุ์ไม้ดี ๆ มาฝากตลอด

ไม่นานหลังจากตกลงว่าจะเอากล้วยไม้เป็นของชำร่วย (ตอนนั้นประมาณ 4 เดือนก่อนงานแต่ง) เพื่อนพ่อก็ขับรถขนกล้วยไม้สกุลหวายสีม่วง ที่เค้าฮิต ๆ ใช้ไหว้พระกันน่ะ — ใส่คันรถมาให้ 250 ต้น ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีมีดอก และ 1 ต้นนี่มีหลายกอมาก 

จริง ๆ สีม่วงนี่หลุดตีมมาก แต่ก็ซาบซึ้งน้ำใจของเพื่อนพ่อจริง ๆ อีกอย่างนึง ทันตแพทย์ก็มีสีม่วงเป็นสัญลักษณ์ ก็โอเคอยู่น้าาาา

จากนั้นเพื่อนพ่อก็สอนวิธีดูแลให้ วทจบ. ว่าทำยังไงถึงจะมีดอกพอดีงานแต่ง และสอนการแยกหน่อกล้วยไม้ เพื่อให้ได้หลาย ๆ ต้นไปใส่กระถางสวย ๆ 

 

ตอนนั้น วทจบ. และพ่อ ดูเข้าใจมาก สบายละทีนี้ (หรออออ????)

เวลาล่วงเลยผ่านไปจน 2 เดือนก่อนงาน

กล้วยไม้ที่เคยเขียว… ก็ยังคงเขียว
เขียวจริง ๆ ค่ะ ไม่มีวี่แววของดอก 555

น่าจะผิดที่วิธีดูแลแหละ ตอนนี้ผ่านมาเกือบปีแล้วมันก็ยังไม่ค่อยมีดอกเลย แต่ที่ให้คนอื่นไปนี่ออกดอกกันตรึม โอ๊ยยยย

พ่อก็เลยบอกว่า ไม่ไหวละ แบบนี้ไม่น่าจะดี อีกสองเดือนเอง ก็เลยให้ วทจบ.ติดต่อหาฟาร์มกล้วยไม้ ซื้อใหม่เองดีกว่า

ไหน ๆ ก็จะซื้อใหม่แล้ว วทจส.เลยรีเควส สีขาว!!!! สีขาวค่ะ ขอเข้าตีม ทางฟาร์มก็ส่งรูปนี้มา อู้หู้ววววว ดูดี สวยมาก..

ของชำร่วย

ตกลงกันที่ 250 ต้น ได้มาในราคาต้นละ 25 บาท แล้วคนขายก็แถมให้อีกประมาณ 20 ต้น พร้อมต้นพิเศษ เป็นพันธุ์อื่นสีอื่น ใส่กระถางไม้งาม ๆ มาให้ด้วย (ของแถมสวย ๆ นี้ ตอนหลังเราเอาไปประดับโต๊ะตักบาตร และโต๊ะเขียน Guest book) ก็ตกลงกันว่า เดี๋ยวก่อนงานอาทิตย์นึง จะไปรับที่ฟาร์ม เอาแบบ ดอกสวยพร้อมแจกเลยนะคะ

ดูจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่มั้ยคะ ยังค่ะ!!! ก่อนงานปรากฏว่า กล้วยไม้สีขาวล้วน ไม่พอค่ะ!!!
เนื่องจากช่วงถวายอาลัย ทุกที่ต้องการดอกไม้สีขาว กล้วยไม้ขาวก็เลยขาดตลาดอย่างรุนแรงต่อเนื่องถึง 2-3 เดือน

ทางฟาร์มก็ดีนะคะ เค้าก็บอกว่าได้สีขาวประมาณเท่านี้น้าาา แล้วก็ส่งสีอื่น ๆ มาให้ดู มีสีขาวอมชมพู ขาวขอบชมพู ชมพูอ่อน สวยนะะะะ สวยแปลกดี ก็เลยโอเคตกลงค่ะ ไม่ต้องขาวล้วนก็ได้ (แหม เหมือนจะมีทางเลือกอื่น 555)

ในส่วนของแพ็กเกจของชำร่วย ที่เราคิดว่าน่าจะช่วยให้กล้วยไม้ดูดีมีราคาขึ้นมา ก็คือกระถาง

ตลอดระยะเวลา 4-5 เดือนก่อนแต่ง เราไปเดินวนเวียนกันที่จตุจักรหลายรอบมาก ไปทุกทีก็ไม่ค่อยได้อะไรกลับมา กระถางที่เจอก็เล็กเกินไปบ้าง ใหญ่เกินไปบ้าง เดินกันจนขาลากก็ไม่เคยได้อะไร

และวันนึง ขณะที่นอนเล่นอยู่ดี ๆ ก็ไปเจอเว็บนี้ซะงั้นนนนน

 

ของชำร่วย

ร้านนี้ขายอุปกรณ์ตกแต่งสวนเยอะม๊ากกกก ราคาก็โอเคเลย ก็หา ๆ ดู เจอกระถางเหลี่ยม ไซส์กำลังพอเหมาะ แถมมีหลายสีด้วยยยย คือรู้สึกโชคดีมาก พี่คนขายก็คุยง่าย

เราต้องการกระถางสำหรับกล้วยไม้ 300 ต้น แต่ร้านบอกว่าส่งกระถางสีขาวได้ 200 ใบ จะรอก็คงบอกไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไร เพราะโรงงานผลิตอยู่ที่ต่างประเทศ เราก็เอง อ่ะ งั้นเอาสีอิฐก็ได้ค่ะ อีก 100 ใบ สวยไปอีกแบบ แถมแขกเราก็ประมาณ 200 ก็ให้เค้าเลือกเอาตามใจว่าจะเอาสีไหน ถ้าชอบสีขาวทุกคนก็ยังพอ

กระถาง 300 ใบลดราคาแล้วเหลือ 1,420 บาท ตกใบละ 4.73 บาท แต่ค่าส่งนี่สิคะคู๊ณณณณณ คือถึงเป็นพลาสติก แต่พอรวมกันสามร้อยใบแล้ว หนักมากค่ะ!!! ถ้า EMS นี่ปาเข้าไปห้าร้อย!!! เลยเลือกช่องทางส่งคือ Kerry 190 บาท สุดท้ายได้รับของดีไม่มีเสียหาย

คำนวณราคาทั้งหมดแล้ว ราคาของชำร่วยเราจะตกอยู่ประมาณ 30 บาทนิด ๆ ซึ่งโอเคนะ กล้วยไม้เลยนะเว้ยยยยยยยยย

 

ในส่วนของการจัดลงกระถางและติด Tag กล้วยไม้นั้น ได้ทำ 1-2 วันก่อนงานแต่ง เพราะต้องมาจากฟาร์มสด ๆ

ค่อย ๆ จับแยก ลงกระถาง ผูก Tag ช่อหักไปหลายช่อ น้ำตาจะไหล ฮืออออออ คือมันสวยทุกดอก อีกอย่างคือมันตั้งยากมาก ที่โต๊ะตั้งกล้วยไม้ในงานต้องโยงลวดเป็นแนวยาวเพื่อประคองกระถางให้เป็นแถว ๆ ช่อก็คอยแต่จะเกี่ยวกัน เป็นการหยิบของชำร่วยที่ตื่นเต้นเร้าใจดี 5555555555555555

เอ้า Tag นี่ปริ้นท์โลโก้ลงกระดาษร้อยปอนด์ที่เหลือจากทำการ์ดนั่นแหละ 1 แผ่น A4 ได้เป็นร้อย Tag อยู่ แล้วก็เจาะรู เอาเชือกป่าน ที่เหลือจากการผูกตกแต่งการ์ดมาใช้ต่อ (เชือกป่านซื้อมา 3 ม้วน ม้วนละ 50 บาท ใช้ไปยังไม่ถึง 2 ม้วนเลย คุ้มไป๊)

ของชำร่วย

เพื่อนเจ้าสาวที่มาช่วยแจกของชำร่วย ยากนะงานนี้อะ กล้วยไม้ช่อพันกัน คอยแต่จะหัก

 

แขกผู้ใหญ่กำลังเลือกต้นที่ชอบ โซนของชำร่วยกลายเป็นอีกจุดที่ทำให้งานสวยเลย เหมือนสวนดอกไม้ พอแขกเอากล้วยไม้ไปวางไว้บนโต๊ะของตัวเองยิ่งสวยไปอีก ใกล้ ๆ กันนี้ก็มีโต๊ะว่างสำหรับวางของขวัญที่แขกนำมาให้ด้วยนะ ขอบคุณเจ้าของเรื่อง https://pantip.com/topic/37146887

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: https://facebook.com/callmehop

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *